“รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง”

“รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง”

                                “รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง  กลายเป็นตลาดที่อยู่ดีๆ ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้  เพราะในสมัยก่อนมีตัวให้เลือกซื้อเพียงไม่กี่ค่าย   เจ้าตลาดเลยก็น่าจะเป็นค่าย  TOYOTA  และตัวที่เป็นอมตะของทางค่าย TOYOTA นั้นก็คือเจ้าตัว   TOYOTA  LN106    ที่ทางราชการกรมป่าไม้นำมาใช้งาน และยังเห็นอยู่ตามท้องถนนในแถบต่างจังหวัดอยู่บ้างในตอนนี้
แต่ในปัจจุบันกระบะตอนเดียวขับเคลื่อนสี่ล้อ  หรือที่หลายคนเรียกว่า  “ กระบะหัวเดียวขับสี่ ”
ถูกปลุกปั้นเข้าสู่ตลาด จากเดิมที่มีไม่กี่ค่าย ในวันนี้มีเข้ามาให้เลือกหลากหลายค่ายกันเลย
….ศึกนี้กำลังระอุ เมื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์จริงจัง กลับมาอีกครั้ง…….
นั้นทำให้วันนี้เราต้องจับมาชนดูว่า รุ่นไหนเจ๋ง!!!!
            แต่ก่อนที่เพื่อนๆจะไปรู้จัก    ”รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมืองสอง”    ของแต่ละค่ายนั้น เพื่อนๆต้องมาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อก่อนว่ามันทำงานยังไงและมีความแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร   
…ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้ลองทำความเข้าใจกันดูบางส่วนค่ะ…

“4WD” หมายถึงอะไร?

4WD หรือที่เรียกกันว่า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ถือเป็นระบบกระจายกำลังเครื่องยนต์สู่ล้อทั้ง 4 ล้อให้เท่ากัน และเหมาะสำหรับการใช้งานแบบ Off-Road (ออฟโร้ด)”

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 4WD

            ระบบนี้มักถูกเรียกว่า 4WD, four-by-four, 4×4, หรือ all-wheel drive  โดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนี้ จะทำหน้าที่กระจายกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 ล้อ โดยแต่ละล้อจะถูกขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่เท่ากัน ซึ่ง 4WD เป็นที่นิยมอย่างมากในการตั้งระบบการควบคุมรถยนต์ที่ใช้สำหรับทางขรุขระหรือการขับขี่แบบ Off-Road (ออฟโร้ด)

ทำความเข้าใจกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ  หรือ  4X4  หรือ  4WD

ระบบ 4WD ทำหน้าที่กระจายกำลังไปยังล้อทุกล้อ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่ง 4WD มีรูปแบบที่หลากหลาย ประกอบด้วย

1. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา หรือ Full-time 4WD (หรือ permanent 4WD)  : กำลังเครื่องยนต์จะกระจายไปยังล้อทั้ง 4 ล้อ โดยมีชุดกระจายกำลัง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยแบ่งถ่ายกำลังขับเคลื่อนให้สมดุลกันระหว่างเพลาล้อหน้ากับเพลาล้อหลังเมื่อจำเป็น 

        ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตลอดเวลานี้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับสมรรถนะการควบคุมรถยนต์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ สภาพถนน ไม่ว่าถนนนั้นจะแห้งหรือลื่นไถล อีกทั้งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เมื่อเปิดระบบนี้ขึ้นมา

2. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ (Automatic 4WD)  :  ปกติระบบนี้ จะขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD หรือ AWD จะถูกเปิดใช้งานและส่งพลังขับเคลื่อนไปยังล้อทั้ง 4 ล้อโดยอัตโนมัติ โดยใช้เพลาเพื่อการกระจายกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง 

              การเปิดใช้งานระบบ 4WD จะเกิดจากการที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งลื่นหรือหมุนฟรี แต่สำหรับรถยนต์ที่มีระบบที่ฉลาดมากกว่านี้ ระบบสามารถเปิดการทำงานระบบ 4WD ให้อัตโนมัติได้เลยก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งลื่นหรือหมุนฟรี

3. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time  :  ระบบนี้ผู้ขับขี่ต้องเลือกเปิดระบบใช้งานระหว่างโหมด 2WD หรือ 4WD ซึ่งการเลือกใช้โหมดใดนั้น อาจทำได้โดยการกดหรือหมุนสวิตช์หรือเปลี่ยนคันโยกเกียร์เล็ก

              ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อประเภทนี้ ผู้ขับขี่เลือกเปลี่ยนโหมดการใช้งานขณะขับขี่ได้ตามใจชอบ รวมถึงการล็อคระหว่างเพลาหน้าและหลัง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถยนต์ได้ง่ายขึ้น เมื่อเจอถนนลื่น  และถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสภาพถนน Off-Road (ออฟโร้ด) เกือบทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time บนถนนแห้ง หรือ ถนนเรียบ อาจไม่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเท่าที่ควร

 

และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มาจากรถกระบะ โดยมาก จะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แบบ   Part Time

เรามาดูรถกระบะตอนเดียวโฟวิล กระบะ 2 ประตูจากแต่ละค่ายกันว่า

มีรุ่นไหนบ้าง ราคาป้ายแดง และ มือสอง ราคาเท่าไหร่กันบ้าง

เริ่มกันที่   TOYOTA REVO HILUX REVO STANDARD CAB 4X4

(อ้างอิงข้อมูลจาก https://car.kapook.com/view236728.html )

Toyota Revo  รถกระบะจากค่าย Toyota ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นปรับโฉมไมเจอร์เชนจ์ไปเมื่อกลางปี 2020 ซึ่งในรุ่นตัวถังกระบะตอนเดียว Toyota Revo Standard Cab ได้รับการเปลี่ยนแปลงทั้งดีไซน์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงขุมพลังเครื่องยนต์ที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ด้วย

สมรรถนะเครื่องยนต์ 

เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400-3,400 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ดีไซน์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

สำหรับออปชั่นและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของ Toyota Revo Standard Cab ถือได้ว่าน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะภายในห้องโดยสารที่ติดตั้งเครื่องเสียงพร้อมจอแสดงผลรองรับ Apple Carplay, กระจกไฟฟ้าปรับอัตโนมัติ และยังรองรับการเชื่อมต่อระบบ T-Connect ด้วย

ราคาจำหน่ายป้ายแดง  Toyota Revo Standard Cab
  • รุ่น Standard Cab 8 Entry MT  4WD ราคาเริ่มต้น 704,000 บาท
  • รุ่น Standard Cab 8  4WD ราคาเริ่มต้น 671,000 บาท

Toyota Hilux Revo  Standard Cab 2.8 4×4  

รถกระบะตอนเดียว 4WD มือสอง

ราคา 549,000 บาท

ต่อไปเป็น  ISUZU D-MAX SPARK 3.0 Ddi S 4X4

(อ้างอิงข้อมูลจาก https://car.kapook.com/view236728.html )
ISUZU D-MAX SPARK 

                               อีกหนึ่งรถกระบะใช้งานคุณภาพเยี่ยมที่เปิดตัวใหม่ไปเมื่อต้นปี 2020 ยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นของรถกระบะใช้งานหนัก เน้นบรรทุกของหนัก พร้อมปรับดีไซน์ให้ดูโดดเด่น ทันสมัยมากขึ้น

สมรรถนะเครื่องยนต์

                             เครื่องยนต์บลูเพาเวอร์ 3.0 DDI ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ดีไซน์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

                       ตัวรถได้รับการออกแบบมาเพื่อการขนส่งโดยเฉพาะ ด้วยมิติกระบะท้ายขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกได้มากขึ้น ไฟหน้า-ไฟท้ายเป็นแบบ Multi-Reflector ที่ส่องสว่างได้ไกลและมองเห็นได้อย่างชัดเจน ภายในห้องโดยสารกว้างสบาย เน้นใช้งานแบบเรียบง่าย ส่วนระบบความปลอดภัยก็มีให้ทั้งถุงลมนิรภัยคู่ ระบบเบรก ABS ระบบช่วยเบรก และระบบเบรก EBD 

ราคาจำหน่ายป้ายแดง  Isuzu D-MAX Spark 

  • รุ่น Spark 3.0 Ddi S 4×4 ราคา  682,000  บาท
  • รุ่น Spark Ex 3.0 Ddi S 4×4  ราคา  656,000  บาท

 ISUZU D-MAX   519,000

 SPARK  EX 3.0  S 4X4  

รถกระบะตอนเดียว 4WD มือสอง

อีกรุ่นกับ   MITSUBISHI TRITON SINGLE CAB 2.4 GL 4WD 6AT

(อ้างอิงข้อมูลจาก https://car.kapook.com/view236728.html )

                   Mitsubishi Triton รถกระบะจากค่าย Mitsubishi ที่เพิ่งจะปรับโฉมใหม่ไปในปี 2020 มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ Advanced Dynamic Shield Design โดยในแบบ 2 ประตูตอนนี้มีตัวเลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

สมรรถนะเครื่องยนต์   

สำหรับ Mitsubishi Triton Single Cab รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไมเวค (MIVEC) คลีน ดีเซล 2.4 ลิตร 181 แรงม้า 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VG เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ มาพร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วไอดี ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า และแบ่งตัวเลือกเป็นแบบเกียร์ธรรมดากับเกียร์อัตโนมัติ 

 

ดีไซน์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

Mitsubishi Triton ในแบบกระบะตอนเดียวนั้น ถือว่าให้ฟังก์ชันพื้นฐานด้านความปลอดภัยมาค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่มีแผงกันกระแทกด้านล่าง คานเหล็กนิรภัยบริเวณประตูหน้า และถุงลมนิรภัยคู่ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก, ระบบกระจายแรงดันน้ำมัน-เบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล 

ส่วนเรื่องฟังก์ชันการใช้งานมีการปรับเพิ่มขอเกี่ยวขอบกระบะด้านข้าง ด้านหลัง และกระบะท้ายที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับทุกการใช้งาน และอุปกรณ์มาตรฐานต่าง ๆ มีไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ฮาโลเจน ไฟท้าย และไฟเบรกแบบ LED, ช่องต่อ USB 12 โวลต์, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่, ระบบเซ็นทรัลล็อก, กระจกหน้าต่างไฟฟ้าด้านคนขับปรับลงอัตโนมัติ

ราคาจำหน่ายป้ายแดง   Mitsubishi Triton Single Cab 

  • รุ่น 4WD 2.4 GL 6MT ราคา 654,000 บาท
  • รุ่น 4WD 2.4 GL 6AT ราคา 699,00 บาท
  • รุ่น 4WD (SWB) 2.4 GL 6AT ราคา 689,000 บาท

MITSUBISHI TRITON  SINGLE CAB 2.4 GL 4WD 6AT

ไมล์ 30,000 กม. 

ราคาเพียง 519,000 บาท

รถกระบะตอนเดียว 4WD มือสอง

และ  FORD RANGER STANDARD CAB2.2L XL4X4 6MT

(อ้างอิงข้อมูลจาก https://car.kapook.com/view236728.html )

รถกระบะตอนเดียวของ Ford เป็นรุ่น Ford Ranger Standard Cab ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นไม่น้อยไปกว่ารุ่นท็อป โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ

สมรรถนะเครื่องยนต์

Ford Ranger Standard Cab ในระบบขับเคลื่อนทั้ง 2 แบบ ใช้เครื่องตัวเดียวกันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ดีไซน์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

สำหรับออปชั่นและอุปกรณ์ของ Ford Ranger Standard Cab ถือว่าติดตั้งมาในระดับมาตรฐาน ดีไซน์ภายนอกใช้ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ กระจังหน้าสีดำเพิ่มความดุดัน กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าเฉพาะฝั่งคนขับ หน้าปัดดิจิทัล Dot-Matrix ขนาด 2.3 นิ้ว และปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย 

ด้านความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับทั่วไปเช่นกัน มีระบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ภายในห้องโดยสารทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้า 

ราคาจำหน่ายป้ายแดง Ford Ranger Standard Cab

  • รุ่น Standard Cab 2.2L XL 4X4 6MT ราคา 649,000 บาท

FORD RANGER STANDARD CAB2.2L XL4X4 6MT

รถกระบะตอนเดียว 4WD มือสอง     ราคา 498,000 บาท

(อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.taladrod.com/ )

เป็นอย่างไรบ้างค่ะสำหรับข้อมูลของเจ้ารถตอนเดียวโฟวิลของแต่ละค่ายที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้นำมาฝากให้เพื่อนๆลองพิจารณาดูนะคะ

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถขับเคลื่อนสี่ล้อ!!!

ก่อนที่เพื่อนๆจะซื้อรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อนๆควรรู้ข้อดี / ข้อเสียของระบบขับเคลื่อนแบบนี้ก่อน

ที่จะตัดสินใจซื้อ จับจองมาเป็นเจ้าของเพราะความอยากได้

 

ข้อดี

  • ลุยได้มากกว่า  แน่นอนถ้าเพื่อนๆมีระบบขับเคลื่อนสองล้อ นั้นหมายความว่าเพื่อนๆจะไปจอดรถเท่ห์ๆ ในที่ที่บรรดารถขับเคลื่อนสี่ล้อไปไม่ได้ การมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อเหมือนกับมีเพื่อนคู่คิดยามเดินทางอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว
  • ราคาขายต่อดีกว่า   เมื่อมีระบบขับเคลื่อนที่ไม่เหมือนใคร มันก็มีราคาขายต่อมากกว่า รถขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นเก่าบางรุ่น สามารถขายได้ราคา อย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของคนเล่นรถ  Off Road  และคนเล่นรถลุยแบบนี้ไม่ต้องการรถที่มีระบบทันสมัยมากมายนัก
  • ปลอดภัยกว่า     ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเกือบทุกแบบ ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น เมื่อไรก็ตามที่สี่ล้อหมุนพร้อมๆ กัน นั้นหมายถึง การเกาะถนนมากกว่า ทั้งในการเข้าโค้ง ,การเปลี่ยนเลน หรือขับบนภาวะถนนลื่น ทั้งหมดนี้ เพื่อนๆสามารถหาได้จากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เท่านั้น

ข้อเสีย

  • ซดน้ำมันมากกว่า       ไม่ว่ารถเพื่อนๆจะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใด ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ คือรถที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จะซดน้ำมันมากกว่าเสมอ ด้วย 2 เหตุผล  
  1. น้ำหนักระบบขับเคลื่อนที่มากกว่าที่ เนื่องจากต้องมีการต่อชุดส่งกำลังไปยังล้อหลัง และแม้คุณไม่ใช้มัน ก็ยังมีการถ่วงน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา 
  2. กำลังที่ต้องไปขับล้อทั้ง 4 ทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากกว่า ตอนเริ่มต้นเคลื่อนที่ หรือตอนที่คุณเพิ่มกำลังเพื่อเพิ่มความเร็ว

            จาก 2 เหตุผลที่กล่าวมา ทำให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซดน้ำมันมากกว่า รถธรรมดา ถึง  2-3 ก.ม./ลิตร หรือประมาณ 9-10 %  ของรถขับเคลื่อนสองล้อ

  • ค่าบำรุงรักษาเยอะกว่า     รถขับเคลื่อนสี่ล้อมักจะมีค่าบำรุงรักษาเยอะกว่ารถทั่วไป เนืองจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของมัน ทำให้มีชุดเพลาขับเพิ่มขึ้น ชุดเกียร์เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองการขับขี่ของผู้ใช้ หมายถึงคุณก็ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อบำรุงรถด้วย ไม่ว่าจะได้ใช้ระบบเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เมื่อคุณวิ่งได้ระยะทาง ก็ต้องเปลี่ยนพวกมันอยู่ดี 
ทั้งนี้ยังมีผู้ที่สนใจ “รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง”อยู่เป็นจำนวนมาก
และยังสงสัยว่ารถรุ่นไหนใช้ดี และตอบโจทย์ความต้องการ   ของผู้ใช้มากที่สุด?
ทางทีมงานเสรีไทยรถสวย ได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงบางส่วนมาฝากกันค่ะ
( อ้างอิงข้อมูลจาก https://pantip.com/topic/36376654 )
ความคิดเห็นที่ 1
  • Revo 2.8 75 แสน คุ้มมากครับ
  • ให้เครื่องความแอรงสุด เท่ารุ่น Top
  • Difflock จากโรงงาน
  • ตัวถังใหญ่
  • ถุงลม 3 ใบ
ความคิดเห็นที่ 2
  • ถ้าจะเน้นใช้งานหรือจะแต่งเท่ๆด้วย แนะนำอยู่ 2 คันครับ Revo 4*4 กับ  Dmax 4*4 ตามลำดับเลยจากประสบการจริงเดิม ๆ บรรทุก 2 ตันถนนดำแถวชุมพร วิ่ง 120 ยังนิ่งๆครับ
ความคิดเห็นที่ 3
  • เห็นในกลุ่มออฟโรด พวกที่แต่งเอาไปใช้ในสวนปาล์ม ก็ มิตซูตอนเดียว วางคาน ยางตะขาบ 35 วินซ์ เอาแบบหรูๆก็ VVP4*4  เอาแบบใช้งานก็สำนักแถวกาญจนบุรี แต่งงามๆใช้งานถึกๆ เข้าป่า
ความคิดเห็นที่ 4
  • น้องผมใช้ Ranger ไม่ผิดหวังครับ
ความคิดเห็นที่ 5
  • ของ RANGER  เขาโฆษณาขนองุ่นออกจากไร่ แถมทางชันเป็นเลนด้วย ขึ้นถนนเจอ18ล้อขับขวางถนนอีกแต่ผ่านมาได้เพราะมีระบบนั่นโน่นนี่พอเทียบกับที่ต้องการนี่ตรงกันเลยนะ
  • ของ IZUSU เน้นขับติดต่อกันนานๆจากเหนือจรดใต้ไม่พักประหยัดถังเดียวแนวทน+นาน
  • ของ MITSUBISHI ขับลุยแม่น้ำเลยแต่ไม่บรรทุกอะไรมีระบบวาล์วแปรผันด้วย มีเชพด้วยลุยน้ำเหมือนกันแนวท่องเที่ยวสำรวจ
  • ของพี่ TOYOTA นั้นลงมาจากฟ้ากระแทกพื้นเป็นหลุมแล้วซิ่งต่อไปแข็งแกร่งและไฮเทคมากระบบไฟฟ้าก็เยอะนะสวยแบบขรึมต้องมองนานๆ
ความคิดเห็นที่ 6

ในบรรดา กระบะ  ตอนเดียว 4×4 ที่ขายป้ายแดงในประเทศไทยตอนนี้ มี

  • โตโยต้า รีโว่ 8   เหนือกว่าเจ้าอื่น ตรงที่ ดิฟล๊อกไฟฟ้า  ศูนย์เยอะ
  • อีซูซุ ดีแม็ก 0  ประหยัดน้ำมัน ศูนย์ดี ของแต่งเยอะ
  • มิตซูบิชิ ไทรตัน 5    เครื่องแรงกำลังดี
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ 2  หล่อ ช่วงสั้น  กระบะพื้นเรียบ ดิสก์เบรค 4 ล้อ ช่วงล่างหลังอิสระ ไม่ใช่แหนบ  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ช่วยกันลื่น การทรงตัว ครบ เหมาะกับคนที่มีรถหลายคัน
เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับข้อมูลของ “รถกระบะตอนเดียว 4WD มือสอง”
ที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมมาให้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ
ที่กำลังมองหา  “รถกระบะตอนเดียว 4WD”   ใช้งานกันนะคะ

สรุป
รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง”    เหมาะสำหรับรถสายลุย ผจญภัย บุกฝ่าทางฝุ่น หรือถนนลูกรัง
 เน้นความอึด ความทนทานในทุกสภาพพื้นถนน และให้การควบคุมที่แม่นยำมากขึ้น
หากต้องการความสมบุกสมบันเน้นการใช้งานแบบเต็มกำลังเน้นสายผจญภัยแบบฉบับ ออฟโร้ด
ให้เลือกใช้แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ  4WD  หรือ  4×4  มือสอง  เท่านั้น!!!
หากท่านไหนสนใจ “รถกระบะตอนเดียวโฟวิลมือสอง” สามารถเข้าชมได้ที่ www.suratusedcars.com
เรามีรถให้เลือก ทุกรุ่น ทุกสี มากกว่า 100 คัน พร้อมรับประกันหลังการขาย
รถทุกคันผ่านการคัดสรรโดยตรง และมีการปรับสภาพพร้อมใช้
ก่อนส่งมอบให้กับผู้ซื้อ หากมีคาถามเกี่ยวกับเรื่องรถกระบะตอนเดียวมือสอง
ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ที่ Line @surat999
ที่อยู่ : สี่แยกตาปาน อำเภอเมือง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทร :
095-030-4555
Facebook :
รถกระบะมือสองจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Line : @surat999
ศูนย์รวมรถกระบะมือสอง สภาพป้ายแดง ฟรีดาวน์
Vigo Champ , Revo , All New D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี
ศูนย์รวมรถกระบะมือสองสภาพป้ายแดง
ฟรีดาวน์ Vigo Champ , Revo , All New
D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี

“รถคอกเพลาลอย รถคอกซิ่ง”

“รถคอกเพลาลอย รถคอกซิ่ง”

                      รถกระบะถือเป็นรถที่ครองใจชาวไทยและมีจำนวนผู้ใช้มากมายไม่น้อยกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ ทั้งใช้งานทั่วไป ใช้งานแบบครอบครัว รวมไปถึงการใช้รถกระบะในเชิงพาณิชย์  หรือ กระบะรับจ้าง   และในปัจจุบันการซื้อรถกระบะก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น   รถกระบะใหม่ป้ายแดง   หรือ   รถกระบะมือสอง

 

             ซึ่งหลายท่านก็นิยมนำรถกระบะคันโปรดไปดัดแปลงเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม และเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ รวมไปถึงเพื่อบรรทุกของหรือขนส่งสินค้าในการดำเนินธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดเรามักจะพบเห็น รถกระบะตอนเดียวใส่คอก หรือ ใส่ตู้ทึบ ถูกใช้บรรทุก ผัก ผลไม้ และสินค้าด้านการเกษตรเป็นจำนวนมาก

            ดังนั้นสำหรับรถกระบะ  “สายพันธุ์รถคอก” การบรรทุกหนักถือเป็นปัจจัยหลักในการใช้งาน ซึ่งประสิทธิภาพในเรื่องการบรรทุกหรือสมรรถนะในการบรรทุกของรถกระบะเดิม ๆ จากโรงงาน อย่างมากก็บรรทุกได้ไม่เกิน 1 – 2 ตัน นั่นก็ถือว่า “สูงสุด” ที่ทำได้แล้และที่สำคัญคือ  ไม่ใช่ว่าจะทำได้บ่อย ๆ เพราะยิ่งบรรทุกหนักเป็นประจำ ไม่นานเพลาเดิมที่ติดกับรถก็จะมีปัญหาตามมาอีกด้วย

 

4 ผลเสีย ที่เพลาท้ายรถกระบะของคุณต้องเจอหากบรรทุกหนักเกินไป

  • เริ่มด้วยที่ลูกปืนแตกบ่อย

            อาการแรกเริ่มเลย  เมื่อบรรทุกเกินความสามารถของตัวรถ   ทำให้มีผลต่อเพลาท้ายรถกระบะ ของคุณคืออาการ “ลูกปืนแตกบ่อย” เพราะต้องอย่าลืมว่า ด้วยประสิทธิภาพของลูกปืนล้อที่มากับรถจากโรงงานนั้น เขาผลิตมาเพียงเพื่อโดยสารและบรรทุกของได้อย่างมากก็แค่ 1-2 ตันตามที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณใช้รถบรรทุกหนัก ๆ ที 4-5 ตัน ยังไงก็ยากที่ลูกปืนล้อจะรับน้ำหนักไหว ลูกปืนล้อแตกบ่อยจนทำให้คุณปวดหัวได้เลย

  • เพลาท้ายแอ่น เพลาขับล้อหลังกระบะคดงอ

                ขึ้นมาอีกระดับกับผลเสียของรถกระบะเดิม ๆ แต่ต้องรับน้ำหนักเกินตัว นั่นก็คืออาการ “เพลาท้ายแอ่น” คดงอ ด้วยความที่เนื้อเหล็ก ขนาด จนถึงส่วนประกอบของเพลาท้ายนั้นไม่ได้ทำออกมาเพื่อรับน้ำหนักได้มากเกินไป แต่ใครที่ใช้รถกระบะคอกขนของหนัก ๆ ก็เป็นที่รู้กันดีว่า ขนได้ยิ่งเยอะเท่าไร กำไรก็ยิ่งมากขึ้นตาม จนอาจลืมไปว่ารถของคุณอาจรับไม่ไหว และอาการของเพลาท้ายแอ่น เสื้อเพลาแอ่นจะทำให้รถกินยาง การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ จนท้ายที่สุด “พัง” รถวิ่งไม่ได้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบเสียหาย เช่น เพลาขับหรือชุดเฟืองท้าย 

  • เสื้อเพลาแตก

                อาการหนักยิ่งขึ้นที่เพลาท้ายไม่ได้แค่แอ่นแล้วตอนนี้ แต่หนักจน “เสื้อเพลาท้ายแตกร้าว”  น้ำมันเฟืองท้ายรั่วขณะขับขี่ เมื่อระบบไม่มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นชุดเฟืองท้ายทั้งชุดน้ำมันแห้ง สุดท้ายเฟืองท้ายก็พัง ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนก็อาจจะไม่คุ้มกับกำไรที่ได้มาจากการบรรทุกหนัก ๆ เลยด้วยซ้ำ 

  • อุบัติเหตุ

                ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดและไม่มีใครอยากจะเจอนั่นก็คือเรื่องอุบัติเหตุ ที่จะตามมาเมื่อรถของคุณบรรทุกหนักเกินไป ทั้งการขับขี่ ความสามารถในการทรงตัวจะน้อยลง เมื่อรถต้องรับน้ำหนักมากขึ้น และนั่นจะแปรผันกับเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ โอกาสที่รถจะเกิดอุบัติเหตุยิ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

ปัญหาในการบรรทุก  “เพลาลอย”  ช่วยได้จากปัญหานำไปสู่    “ทางออก”

เปรียบเทียบระหว่าง เพลาลอยใหม่ กับ เพลาเดิม(เพลาจม) ที่ติดรถมา

                  สำหรับใครที่ยังลังเลเรื่องของการเปลี่ยน  เพลาลอยใหม่  ให้กับรถที่ใช้ทำมาหากินของคุณ ว่าควรจะเปลี่ยนดีไหม ?  จะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า ?  หรือจะเลือกใช้งานบรรทุกไปแบบ “เดิม ๆ”  ด้วย เพลาเดิม หรือ เพลาจม ที่ติดมากับรถก็พอแล้ว  แบบไหนจะดีกว่ากัน ?

                 วันนี้ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยจะพาทุกคน โดยเฉพาะใครที่เป็นสาวกรถคอก สิงห์รถคอก “ต้องห้ามพลาด”  กับการเปรียบเทียบระหว่างเพลาทั้งสองประเภท

“เพลาลอย”  และ  “เพลาจม” 

ถึงความต่างและสิ่งที่คุณจะได้  “มากกว่า” ถ้าเลือกเปลี่ยนมาใช้ เพลาลอย

1. บรรทุกได้มากกว่า

                จุดเด่นแรกและสำคัญที่สุดของ เพลาลอยใหม่ ที่เหนือกว่า เพลาเดิม ติดรถนั่นก็คือเรื่องของความแข็งแรงที่มีมากกว่า  รับน้ำหนักได้มากกว่าเป็นเท่าตัว  รู้กันดีในสายกระบะคอก กระบะเน้นบรรทุกว่าเมื่อรถถ้าบรรทุกได้หนักเท่าไร กำไรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เทียบกับเพลาเดิมติดรถซึ่งบรรทุกได้สูงสุดก็แค่ 1-2 ตัน กับเพลาลอยที่รับน้ำหนักได้อยู่ที่ 4-5 ตัน ความต่างมันชัดเจนอยู่แล้ว มองง่าย ๆ รถที่ใช้เพลาเดิมต้องบรรทุกถึง “สองเที่ยว” กว่าจะบรรทุกได้เท่ารถที่ใช้เพลาลอย  

2. ความทนทาน มีมากกว่า

                กระบะเพลาเดิมติดรถ ถ้าบรรทุกหนักวิ่งใช้งานบ่อย ๆ บอกเลยว่า “ซ่อมบาน” แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของลูกปืนล้อที่เสียบ่อยที่สุด หรืออาการเสื้อเพลาแตก เฟืองท้ายเสีย และอาการพังอื่น ๆ ที่จะตามมาทั้งซ่อมเบาซ่อมหนักอีกมากมาย ความทนทานเทียบไม่ได้เลยกับเพลาลอยใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงกว่าชัดเจน ผลิตออกมาเทียบเท่ากับของรถบรรทุก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องความทนทานยังไงเพลาเดิมติดรถก็สู้เพลาลอยใหม่ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

3. ค่าซ่อมบำรุงประหยัดกว่า

            เมื่อทนกว่าเรื่องการซ่อมก็จะน้อยลง ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะมีถูกกว่าโดยปริยาย ไม่เพียงเท่านั้นเพลาเดิมติดรถกระบะรุ่นใหม่ ๆ ถ้าพังที่ชิ้นส่วนไหนขึ้นมาก็ใช่ว่าอะไหล่จะถูก แต่สำหรับเพลาลอยที่สามารถใช้อะไหล่ร่วมได้กับเพลาแอ้วทุกชิ้น อะไหล่ราคามาตรฐาน ไม่สูงเกินไปแถมยังมีทางเลือกในส่วนของอะไหล่มือสองใช้ทดแทนได้ด้วย ดีกว่าในทุกมิติ 

4. ความปลอดภัยที่มากกว่า

            ทุกคนต่างรู้ว่ารถเมื่อบรรทุกหนักขึ้นประสิทธิภาพในการขับขี่ควบคุมก็จะลดลง นำมาซึ่งเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ ทั้งเรื่องการควบคุม การเบรก จะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  แต่สำหรับ ชุดเพลาลอย แม้จะบรรทุกหนักแค่ไหนก็วางใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ทั้งระบบเบรกที่ดีขึ้นกว่าชุดเบรกติดรถ และความสามารถในการทรงตัวจากระยะฐานล้อที่กว้างขึ้น 

ส่วนประกอบและข้อดีของเพลาลอย "ที่เพลาจมเดิม ๆ ติดรถให้คุณไม่ได้"

1. เพลาลอย เสื้อเพลาจะใหญ่กว่า

ทำหน้าที่   :  ส่วนสำคัญสุดในการรับน้ำหนักจากตัวรถและน้ำหนักของสินค้าโดยตรง

            เสื้อเพลาลอย คือ ชิ้นส่วนนี้เป็นชิ้นส่วนหลักสำคัญในการทำงาน ตัว “เสื้อเพลา” ที่คุณจะสังเกตได้ทันทีถึงความแตกต่างในเรื่องของขนาดที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด นำมาซึ่งความแข็งแรงแข็งแกร่งที่มากกว่า เมื่อขึ้นชื่อว่ารถกระบะสายบรรทุก “รถคอก” ก็จะก้าวขั้นกว่าแค่การบรรทุกธรรมดา เรื่องความแข็งแรงของส่วนต่าง ๆ ในการช่วยรับน้ำหนักจึงเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างปฎิเสธไม่ได้

2. ลูกปืนล้อไม่แตกง่าย จัดเต็มให้ฝั่งละ 2 ตลับ

ทำหน้าที่    :       รับน้ำหนักจาก Chassis และส่งผ่านกำลังแรงบิทจากเพลาข้างไปยังล้อรถ

            รถที่ใช้เพลาเดิมพอบรรทุกหนัก ๆ หนึ่งปัญหาที่รถหลายคันมักเจอนั่นก็คือ ลูกปืนล้อแตกบ่อย แต่กับชุดเพลาลอยจะไม่เจอปัญหานั้นอีกต่อไป ด้วยความแข็งแกร่งที่ได้มาจากลูกปืนล้อที่มากกว่า เพิ่มมาเป็น 2 ตลับต่อฝั่งระบบการทำงานเช่นแบบเดียวรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก แกร่งกว่า ทนกว่า บรรทุกเต็มคอกหรือล้นคอกยังไงก็หมดกังวลจากปัญหาลูกปืนล้อแตกอีกต่อไป 

3. เฟืองท้าย 

ทำหน้าที่  :         ส่งผ่านแรงบิดจากเกียร์ไปยังเพลาข้าง       

            การเลือกรอบเฟืองท้าย ขึ้นอยู่กับรอบเครื่องยนต์และรอบเกียร์ที่ใช้อยู่ เพื่อให้ได้สมรรถนะโดยรวมของรถกระบะบรรทุกสูงสุด

4. เพลาข้างที่มากับชุดเพลาลอยใหญ่กว่า

ทำหน้าที่   :        ส่งผ่านแรงบิดจากเฟืองท้ายไปยังดุมล้อ เพลาข้างที่ดีต้องทนแรงบิดได้สูง

            จากเสื้อเพลาที่ใหญ่กว่าเดิมจะทำงานร่วมกับเพลาข้างที่ใหญ่ขึ้นด้วย แม้ชุดเพลาลอยใหม่นี้จะสามารถใช้ได้กับชุดเฟืองท้ายเดิมที่มากับรถเพื่อประสิทธิภาพ ทำให้การขับขี่มีอัตราเร่งที่ดีเหมือนเดิม ไม่มีตก ไม่กินน้ำมันเพิ่มขึ้น ที่สำคัญชุดเฟืองท้ายเดิมยังสามารถใช้ร่วมกับเพลาข้างที่มากับชุดเพลาลอยได้เลย “ไม่ต้องมีการดัดแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น” แกร่งทั้งภายนอกจากเสื้อเพลา และแกร่งจากภายในด้วยเพลาข้างที่ใหญ่ขึ้นจะบรรทุกหนักแค่ไหนรถของคุณก็พร้อมเผชิญ   กระบะเดิมโรงงานจากเจ้าไหนที่นิยามรถตัวเองว่าเป็นกระบะแกร่ง เจอเพลาข้างที่มากับเพลาลอยเข้าไปยังไงก็ต้องหลบ  รับประกันได้เลย!!

5. ระบบเบรกมั่นใจได้มากกว่า (จานเบรก และ แผงเบรก)

จานเบรกทำหน้าที่  :       ลดความเร็ว ด้วยวัสดุเนื้อเหล็กอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าหยุดกะทันหันได้ทันที

แผงเบรกทำหน้าที่  :        ลดความเร็ว ของจานเบรก ด้วยแม่ปั๊มแผงเบรก ข้างละ 2 ตัว ช่วยให้มั่นใจเมื่อบรรทุกสินค้าน้ำหนักมาก

            แม้ว่ากระบะของคุณจะเป็นรุ่นท็อปที่มากับระบบห้ามล้อเบรกแบบขั้นเทพแค่ไหน แต่เมื่อต้องเจอกับการใช้งานที่บรรทุกหนัก ๆ เกินตัว 4-5 ตันที ก็ต้องยอมว่าประสิทธิภาพในการเบรกย่อมลดลง แต่กับระบบเบรกที่มากับชุดเพลาลอยจะสามารถมอบความมั่นใจให้กับคุณได้มากกว่า  จากปั๊มเบรกขนาดใหญ่ถึงฝั่งละ 2 ปั๊ม (เดิมติดรถให้มาแค่ฝั่ง 1 ปั๊ม) พร้อมกับผ้าเบรกขนาดที่หน้าสัมผัสใหญ่กว่าเดิม ให้คุณมั่นใจได้ในทุกครั้งที่แตะเบรก แม้ตอนที่บรรทุกหนัก ๆ ก็ปลอดภัยได้มากกว่า 

6. หัวดุม และ น็อตล้อที่ใหญ่ขึ้น 

            ได้ถูกสร้างมาเพื่อบรรทุกหนักโดยเฉพาะ รับแรงได้เยอะ และ ได้จำนวนน็อตล้อถึง 6 ตัวใหญ่ต่อล้อ

เพียงเท่านี้คุณก็น่าจะตัดสินใจเลือกเปลี่ยนมาใช้เพลาลอยได้แล้ว จากคุณสมบัติที่มีเหนือกว่าเพลาเดิมหลาย ๆ ข้อที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยนำมาฝาก

อยากรู้ไหมว่าเพลาลอยนั้นมีแบบไหนบ้าง ?
และแบบไหนที่เเหมาะกับการใช้งานและเหมาะกับรถของคุณมากที่สุด
ทีมงานเสรีไทยรถสวยจะมาเล่าให้ฟังคะ

                       เพลาลอยรถกระบะ แน่นอนอยู่แล้วว่าจะเป็นเพลาหลังที่ลักษณะการทำงานแตกต่างจาก เพลากระบะ เดิม ๆ ที่มาจากโรงงาน ซึ่งคุณสมบัติเด่นของเพลาลอยนั่นก็คือ จะเพิ่มความสามารถให้รถกระบะของคุณรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากขึ้น  เทียบชั้นได้กับรถบรรทุก 6 ล้อ, 10 ล้อ จากความแข็งแรงในส่วนของเพลาลอยที่มีมากกว่าเพลาเดิมจากโรงงาน  

โดยตัวเพลาลอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. เพลาลอยมือสอง ดัดแปลง หรือ “”เพลาลอยแอ้ว”

           การนำเพลาลอยเก่าที่เคยใช้งานอยู่ในรถบรรทุก 4 ล้อเล็กที่มีชื่อว่า “Isuzu ELF” หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่า “เพลาลอยแอ้ว” มาดัดแปลงส่วนต่าง ๆ ให้เข้ากับตัวรถกระบะ เพื่อเพิ่มความสามารถในด้านการบรรทุกให้ดียิ่งขึ้น ดัดแปลงแทบจะทุกส่วนของตัวเพลา ไล่ไปตั้งแต่ส่วนของเฟืองท้าย, เพลากลาง, แป้นแหนบ ฯลฯ เพื่อให้เข้าได้กับตัวรถคันที่จะใส่เข้าไป

         แม้จะดูเหมือนว่าความแกร่งในการรับน้ำหนักจะมีมากขึ้นเพราะใช้เพลาของรุ่นใหญ่เข้ามาช่วยในการบรรทุก อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้นชื่อว่า “ดัดแปลง” คำว่าจบอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอ ต้องอาศัยช่างที่ “มือถึง” เท่านั้นถึงจะใช้งานตัวรถได้อย่างไม่มีปัญหามากวนใจ อีกทั้งปัญหาในเรื่องเฟืองท้ายหอนและรถกินน้ำมันมากขึ้นคือสิ่งที่คุณจะต้องได้เจอแน่ ๆ เมื่อเลือกใช้เพลาลอยมือสอง

2. เพลาลอยใหม่ ทำสำเร็จออกมาสำหรับกระบะแต่ละรุ่น

                เป็นเพลาลอยที่ผลิตออกมาใหม่มือหนึ่งให้ความแข็งแกร่งทนทานรับน้ำหนักในการใช้งานได้เทียบเท่ากับเพลาลอยมือสองของรถบรรทุกสี่ล้อเล็ก ระบบการทำงานคล้ายกันกับระบบเพลาแอ้วรวมไปถึงส่วนอะไหล่ยังใช้แทนกันได้หมด แต่ที่ดีกว่าคือ “ไม่ต้องดัดแปลง” ให้ยุ่งยาก เป็นเพลาลอยที่แต่ละชุดทำออกมาสำหรับกระบะแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ในส่วนของเฟืองท้าย เพลาลอยประเภทนี้เปลี่ยนใส่กับชุดเฟืองท้ายเดิมที่มากับรถยกชุดได้เลยทันที ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะไม่ต่างไปจากเดิมมากเหมือนใช้งานเพลาลอยมือสอง อีกทั้งในส่วนของจุดยึดต่าง ๆ เพียงขันน็อตก็ใส่ได้แล้ว ไม่ต้องตัดต่อดัดแปลงให้เสียรถมากเกินความจำเป็น


                 อีกข้อสำคัญที่ทำให้เพลาลอยประเภทนี้ กำลังมาแรงเป็นที่นิยมอย่างมากของสาวกรถคอกทั้งหลายนั่นก็คือ ตัวระบบสามารถใช้ร่วมกับสายเบรกมือเดิมที่มากับรถได้เลย จดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เหมือนเพลาลอยมือสองดัดแปลงที่จะต้องตัดออกไป ไม่มีเบรกมือให้ใช้งาน เสี่ยงวิ่งไปให้ผิดกฎหมายอีกต่างหาก

                ถ้าเหตุผลหลัก ๆ ของการใช้กระบะของคุณคือเรื่องของการบรรทุก บอกเลยว่าการเปลี่ยนมาใช้เพลาลอยเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ ช่วยให้รถของคุณบรรทุกได้มากกว่า กำไรก็มากขึ้น หมดปัญจุกจิกตามมา และจากประเภทเพลาลอยทั้งสองแบบที่ทางทีมงานเสรีไทยรถได้นำมาให้นี้ คุณน่าจะรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าเพลาลอยแบบไหน ประเภทไหน เหมาะกับรถของคุณมากที่สุด

  3 ประโยชน์หลักของเพลาลอย

 

  • รับน้ำหนักได้มากขึ้น บรรทุกหลังกระบะได้แบบ “จุใจ”
  • ช่วยการทรงตัว “ขับขี่ได้มั่นใจปลอดภัยได้มากกว่า”
  • เส้นทางโหดแค่ไหน กระแทกแรง ๆ ไม่มีหวั่น

 

  วิธีการดูแลรักษาสำหรับรถที่ใช้เพลาลอย

                       หลายคนนำรถกระบะไปติดตั้งเพลาลอยเรียบร้อย พอใช้งานไปสักระยะก็พบปัญหาลูกปืนแตก น็อตล้อขาด เฟืองท้ายมีเสียงดัง ปัญหาแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นทีละอย่างหรือเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันก็ได้ ซึ่งจะ แยกเป็น 3 กรณี คือ

  • ลูกปืนแตก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบหล่อลื่น คือ จาระบีอาจเสื่อมสภาพทำให้การหล่อลื่นมีปัญหา วิธีป้องกันปัญหานี้ก็คือให้หมั่นตรวจสภาพจาระบี และควรเปลี่ยนทุก ๆ 40,000 กิโลเมตร
  • น็อตล้อขาด เมื่อรถกระบะต้องบรรทุกหนักจึงต้องมีการเปลี่ยนยางและเปลี่ยนล้อรถเร็วกว่ารถยนต์ธรรมดาทั่วไป คือ ทุก ๆ 20,000 กิโลเมตรก็ต้องเปลี่ยนแล้ว เมื่อต้องเปลี่ยนล้อยางบ่อย ๆ จึงทำให้น็อตล้อนั้นเสื่อมสภาพเร็วและขาดได้ง่าย วิธีป้องกันก็คือ ให้เปลี่ยนน็อตล้อใหม่ทั้ง 6 ตัวทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนล้อ
  • เฟืองท้ายมีเสียงดัง เป็นปัญหาที่เกิดจากน้ำมันเฟืองท้ายเสื่อมสภาพหรือใช้น้ำมันผิดเบอร์ วิธีป้องกันก็คือ เลือกใช้น้ำมันเฟืองท้ายให้ถูกต้องและควรเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร

  ปัญหาเพลาลอย ที่คนใช้รถกระบะควรจะต้องรู้ !

               อย่างไรก็ตามแม้เพลาลอยจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีประเด็นสำคัญที่คนที่มีรถกระบะติดตั้งเพลาลอยควรจะต้องรู้  ซึ่งทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมออกมาเป็น 8 ประเด็น  จะมีเรื่องใดบ้างที่ควรจะต้องรู้   ไปติดตามกันได้เลยคะ

1. รถกระบะสายย่อติดตั้งเพลาลอยดีหรือไม่

            เจ้าของรถกระบะหลายคนเริ่มต้นอาจไม่ได้คิดจะใช้งานบรรทุกหนักอะไรจึงนำไปแต่งโหลดให้รถสวยงาม แต่เมื่อถึงเวลาต้องเอาไปใช้งานบรรทุกจึงคิดว่าควรจะต้องนำรถไปติดตั้งเพลาลอยเพิ่มเพื่อให้บรรทุกหนักได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ จริง ๆ รถกระบะทุกแบบสามารถติดตั้งเพลาลอยได้ แต่ถ้าเป็นกระบะสายย่อก็แนะนำว่าไม่ควร เพราะรถกระบะที่โหลดเตี้ยนั้นแหนบจะแข็งตรง จึงทำให้ไม่สามารถรับแรงกระแทกเวลาบรรทุกหนักได้ หากฝืนติดตั้งไปก็จะทำให้เจอปัญหาเสื้อเพลาและลูกปืนแตกนั่นเอง

2. รถเพลาลอยใส่ล้อแบบไหนถึงจะเหมาะ

            รถเพลาลอยควรใส่ล้อแบบกระทะ ขนาด 7 นิ้ว เพราะล้อแบบกระทะมีความแข็งแรงทนทานเหมาะกับรถที่ต้องการบรรทุกหนักอยู่แล้ว แต่ล้อกระทะจะมีข้อเสียในเรื่องของการระบายความร้อน ส่วนใครที่ต้องการใส่ล้อแม็กกับรถเพลาลอยก็สามารถใส่ได้เช่นกัน ขนาดที่เหมาะก็คือ 7. – 7.5 นิ้ว ในเรื่องความทนทานเหมาะกับการบรรทุกนั้นอาจจะสู้ล้อกระทะไม่ได้ และในเรื่องราคาก็สูงกว่าด้วย

3. ตรวจสภาพเช็คระยะเพลาลอยควรทำเมื่อไหร่

            ถ้าเป็นรถติดตั้งเพลาลอยใหม่ ควรตรวจเช็คสภาพเมื่อครบ 1,000 กิโลเมตร การตรวจสภาพเพลาลอยก็จะมีการเช็คน๊อตล้อ เช็คดุมล้อ เช็คสภาพเบรก และการตรวจสอบเฟืองท้ายร่วมด้วย ซึ่งกรณีที่เป็นเพลาลอยใหม่ก็ควรจะมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายเมื่อครบ 1,000 กิโลเมตร เพื่อทิ้งเศษสิ่งสกปรกที่อาจปนน้ำในน้ำมันเฟืองท้ายออกไป หลังจากนั้นก็ให้เปลี่ยนถ่ายทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร

4. การปรับตั้งเบรกสำหรับรถเพลาลอยควรทำเมื่อไหร่

            สำหรับรถเพลาลอยควรมีการนำไปปรับตั้งเบรกทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร เนื่องจากเมื่อมีการใช้รถไปนาน ๆ จากการที่รถต้องรับน้ำหนักบรรทุกมาก ก็จะทำให้ผ้าเบรกและจานเบรกสึกเร็วขึ้น เบรกจะห่าง ทำให้เบรกจมเวลาเหยียบ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการนำมาตั้งค่าใหม่ หลักการจำง่าย ๆ ก็คือ เมื่อนำรถไปเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายก็ให้ตั้งเบรกไปพร้อม ๆ กันเลยนั่นเอง

5. ขับขี่อย่างไรไม่ให้เพลาข้างพังเร็ว

            รถเพลาลอยจะพบปัญหาเพลาข้างขาดบ่อย ซึ่งการที่เพลาข้างขาดนั้นก็มาจากลูกปืนล้อหลวม ทำให้เพลาข้างต้องเสียดสีเวลาขับขี่ และถ้าเป็นรถเพลาลอยที่เป็นรถบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรก็จะพบปัญหาเรื่องเฟืองรูดเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งวิธีขับขี่ที่ช่วยให้เพลาข้างไม่เสียหายเร็วก็คือ  อย่าออกตัวแรง ให้ขับช้า ๆ เวลาออกตัวใช้เกียร์ 1 เท่านั้น เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุเพลาข้างได้แล้ว

6. การติดตั้งเพลาลอยกับการย้ายแหนบ เมื่อไหร่ที่ควรย้าย

            คนที่มีรถ 4WD ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาสงสัยว่า ถ้าต้องการที่จะติดตั้งเพลาลอยจะย้ายแหนบอย่างไรดี ก็แนะนำแบบนี้กรณีที่รถไม่ได้มีการเสริมแหนบเพิ่ม หรือเสริมมาแต่ไม่ได้หนา ก็ไม่จำเป็นต้องย้ายแหนบ สามารถติดตั้งเพลาลอยได้เลย แหนบจะอยู่ตรงหลังเพลาซึ่งไม่มีปัญหาใด ๆ แต่ถ้าในกรณีที่รถเสริมแหนบมาและแหนบค่อนข้างหนา แบบนี้ก็ควรมีการย้ายแหนบจากด้านบนลงด้านล่างเพื่อไม่ให้ท้ายรถสูงเกินไป

            ทั้งหมดนี้คือ  6  ประเด็นสำคัญที่คนมีรถกระบะติดตั้งเพลาลอยควรจะต้องรู้เอาไว้ จะได้ใช้รถและดูแลเพลาลอยที่ติดตั้งมาได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี อันจะช่วยให้การขับขี่และการบรรทุกเป็นไปอย่างราบรื่น หวังว่าคงจะเป็นสาระที่มีประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อย

  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแหนบ

ว่าด้วยเรื่องของแหนบ ความหมายของ “แหนบ”  คือ เหล็กสปริงลดแรงสั่นสะเทือนของตัวรถ ขณะเคลื่อนที่ผ่านถนนขรุขระ โดยเป็นตัวกลางที่อยู่ระหว่างตัวรถ (Chassis) กับ เพลาล้อรถ (Axis) ด้วยเหตุนี้รถกระบะที่ต้องการแบกรับน้ำหนักบรรทุกที่มากขึ้น จึงต้องเพิ่มความแข็งแกร่ง ของแหนบให้หนาขึ้นด้วยแผ่นแหนบเสริม

            แหนบเสริม   มีไว้ช่วยเพิ่มความสามารถการรับน้ำหนักสินค้าได้มากขึ้น  มีหลายแบบ   คือ

  • แหนบเก่า เป็นแหนบรถบรรทุก 4 ล้อ 6 ล้อขนาดกลาง มาดัดแปลงให้มีขนาดความกว้างเท่ากับแหนบรถกระบะ
  • แหนบใหม่ เป็นแหนบโรงงาน ที่ผลิตตามขนาดความกว้างหน้าแหนบเท่ากับแหนบกระบะ ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปตัดแต่งอีก ขนาดที่นิยม ได้แก ขนาดความหนา 12 MM  และ 16MM
การทำงานของแหนบ

            แหนบ   (Leaf spring)   ทำงานโดยอาศัยการโค้งงอหรือแอ่นของแผ่นเหล็กสปริงซางโค้งเป็นรูวงรี โดยติดตามแนวยาวกับตัวรถทั้งสองข้างล้อ ล้อละ1ตับ หรือติดขวางกับตัวรถแล้วแต่ผู้ออกแบบ

            แหนบตับ  (Multileaf spring)   ประกอบด้วยแหนบหลายแผ่นที่มีขนาดความยาวแตกต่างลดหลั่นกันตามลำดับวางซ้อนกันเป็นตับ   ตรงกลางมีรูโดยการใช่สกรูยืดให้ทุกๆแผ่นติดกัน   เรียกว่า  “สะดือแหนบ” (center bolt) 

            เมื่อล้อเต้นขึ้นลงหรือตกหลุมทำให้แหนบเด้งขึ้นลงตาม ส่วนปลายแหนบก็จะอ้าออกจากกัน เพื่อป้องกันการแยกออกของแผ่นแหนบจึงจำเป็นต้องมีเหล็กรัดแหนบ หรือที่เรียกว่า  “แหนบตัวรัด” (rebound clips)  

            ลักษณะของแหนบตัวที่หนึ่งจะมีลักษณะเป็นตัวยางที่ปลายทั้งสองข้างม้วนเป็นวงกลม    เรียกว่า

 “ตัวหู”  (spring eyes)   เป็นตัวยึดกับโครงรถโดยมี  “บู๊ชหูแหนบ”  (bushings)  มีหน้าที่ป้องกันหูแหนบสึกเร็ว ซึ่งบู๊ชส่วนมากทำด้วยยางและทองเหลือง

            ส่วน “สลักแหนบ”  (spring bolts)  เป็นตัวยืดตรึงให้แหนบอยู่กับที่และรับแรงทางด้านต่างๆ จากเพลาล้อผ่านแหนบเข้าสู่โครงรถ  เช่น  แรงจากการเบรกทำให้แรงจากเบรกล้อผ่านแหนบเข้าสู่โครงรถ เป็นต้น

            ส่วนปลายแหนบอีกด้านหนึ่งมี “โตงเตงหูแหนบ”  (spring shankle) เป็นตัวแขวนแหนบเข้ากับ “เต้าโตงเตงหูแหนบ”  (shankle bracket) ซึ่งยึดแน่นกับโครงรถ โตงเตงหูแหนบสามารถโยกแกว่งไปแกว่งมาบนเต้าโตงเตง หรือที่เรียกว่า   “ตุ๊กตา”   ทำให้แหนบสามรถปรับความยาวได้เพราะขณะรับน้ำหนักภาระต่างๆ แหนบจะแอ่นตัวและความยาวเพิ่มขึ้น ขณะที่ล้อลงหลุมแหนบจะฟรีไม่รับน้ำหนัก ความยาวของแหนบจะลดลงเพราะความโค้งของแหนบที่ได้รับการออกแบบไว้

            แหนบบางตับจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับหูแหนบโดยการม้วนปลายทั้งสองข้างของแผ่นที่สองให้รัดครอบหูแหนบของแผ่นแรกอีกครั้งหนึ่ง  เรียกว่า  “2 งอ”  และถ้าจะให้แข็งแรงมากขึ้นก็ควรเสริมตัวตรงอีก 1 ตัว (สำหรับรถใช้บรรทุกหนัก)

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก : https://www.yongkee.com

เพลาลอยติดตั้งแหนบอย่างไรถึงจะเหมาะสม

            ปกติแล้วรถกระบะจะบรรทุกน้ำหนักโดเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 4 – 6 ตัน เมื่อมีการนำมาติดตั้งเพลาลอยพร้อมกับเสริมแหนบจึงเกิดปัญหาว่า ไม่รู้จะติดตั้งแหนบขนาดไซส์ไหน และติดแหนบข้างละกี่แผ่นดี ใประเดนนี้สิ่ง ที่จะต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือ แหนบของรถกระนั้นที่ใช้กันอยู่ก็จะมีอยู่  2 ขนาด  คือ  ความหนา 12 มม. กับ   ความหนา 16 มม.
                        น้ำหนัก 4 – 6 ตัน หากเลือกความหนา12 มม. แนะนำให้ติดตั้งข้างละ 8 แผ่น
                        น้ำหนัก 4 – 6 ตัน หากเลือกความหนา16 มม. แนะนำให้ติดตั้งข้างละ 6 แผ่น

ราคาแหนบเสริม โดยประมาณ  ราคาแผ่นละ  500  –  1,000   บาท แล้วแต่ร้านคะ)

ข้อแนะนำในการบำรุงรักษาและยืดอายุการใช้งานของแหนบ
  • อย่าบรรทุกน้ำหนักเกินมาตรฐานกำหนด
  • หลีกเลี่ยงหลุมบ่อระหว่างทางที่ขับรถผ่าน
  • ระหว่างการใช้งานถ้าได้ยินเสียงผิดแกติทางด้านหลังของแหนบควรจอดรถตรวจดู
  • อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแหนบทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีเสมอ
  • ถ้ามีอะไรผิดปกติที่เกี่ยวกับแหนบควรตามหรือปรึกษาช่างที่ชำนาญเกี่ยวกับแหนบ
  • ถ้าแหนบหักควรเปลี่ยนแหนบที่มีมาตรฐานรับรองจากโรงงานและเชื่อถือได้เท่านั้น
  • ห้ามดัดแปลงชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหนบด้วยตัวเอง
  • ควรตรวจสอบเกี่ยวกับจารบีที่หูแหนบอยู่เสมอเพื่อแหนบจะทำงานได้คล่องตัวขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแหนบโดยส่วนใหญ่
  • ขาดการเอาใจใส่ดูแลสภาพของแหนบตัว
  • ไม่มีการซ่อมบำรุงรักษาที่ถูกวิธี
  • บรรทุกน้ำหนักเกินขีดจำกัดตลอดเวลาที่ใช้งาน
  • มักจะเจอช่างที่แนะนำให้ใช้แหนบที่ราคาถูกเกินไป (หรือแหนบเก่า)
  • ใช้งานในพื้นที่ ๆ มีความชื้นสูงหรือติดกับน้ำทะเลเป็นประจำ
  • เลือกใช้แหนบผิดสเป๊กของรถหรือขนาดของรถ
  • นำแหนบไปดัดแปลงผิดวิธีหรือไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับแหนบ

  เรามาดูในส่วนของโช๊คกันบ้าง

ทำไมถึงต้องไขว้โช๊ค ? โช๊คอัพมีหน้าที่ทำอะไร ?

            โช๊คอัพมีหน้าที่ ดูดซับแรงสั่นสะเทือน ดังนั้นจึงต้องใช้โช๊คอัพเข้ามาช่วยในการซับแรง และยังช่วยให้คุณสมบัติในการเกาะถนนของยางดีขึ้นและช่วยให้เสถียรภาพในการทรงตัวดีขึ้น

            ซึ่งในรถกระบะที่ด้านหลังเป็นแหนบก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากแหนบก็ถือว่าเป็นสปริงชนิดหนึ่ง เมื่อเกิดการกระแทกขึ้นก็จะเกิดการเต้นของสปริง  หรือเมื่อเกิดการหมุนของเพลากลาง แหนบก็จะรับแรงหมุนทำให้เกิดการบิดตัวได้

            ดังนั้นการใส่โช๊คอัพให้ไขว้กัน หรือจะใส่แบบทแยง  หรือใส่แบบเอียงเข้าหากัน ก็เพื่อซับแรงเต้นและแรงบิดตัวของแหนบ ตามแรงที่เกิดขึ้นในแนวนอนของแผ่นแหนบ ซึ่งจะแตกต่างจากด้านหน้าที่เป็นสปริงแบบขด แรงเต้นส่วนใหญ่จะเกิดตามแนวตั้งมากกว่าคะ

เพลาลอยมีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีข้อดียังไงบ้าง ?

ในปัจจุบันร้านที่จำหน่ายและบริการติดตั้งเพลาลอยนั้นมีให้เลือกหลายรุ่น หลายยี่ห้อมากมาย

เรามาดูกันว่า  “เพลาลอยรถกระบะ”  มีกี่รุ่น แล้วแต่ละรุ่นนั้นมีข้อดียังไงบ้าง

ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมมาให้บางส่วนแล้วคะ

เพลาลอย VFORE

VFORCE แข็งแรง ทนทาน คุ้มค่า
อะไหล่ใหม่ทุกชิ้น เสื้อเพลาใหญ่กว่าเดิม
ลูกปืนใหม่ญี่ปุ่นแท้ พร้อมรับประกัน 6 เดือน

เหตุผลที่ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจ ?

เปิดบริการมานานกว่า 40 ปีปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการมากถึง 3 สาขา

  • สาขาตลาดน้อย (วงเวียนโอเดี่ยน)
  • สาขาบางนา ก.ม.12 (โครงการเมืองเซียงกงบางนา)
  • สาขาวังน้อยอยุธยา (โครงการเมืองเซียงกงวังน้อย)

คือ ศูนย์รวมอะไหล่ดีเซลจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งรถกระบะ รถตู้รถ 4 ล้อใหญ่ และรถ 6-10 ล้อ และอะไหล่ตรงรุ่นรถบ้านเรา เช่น รถกระบะ D-MAX VIGO TRITUN BIG-M TFR MTX CHEVROLET FORD ฯลฯ เป็นต้น และทางเรามีอะไหล่สำหรับประกอบเพลาลอย โดยทางเรามีช่างมืออาชีพ ที่มีความชํานาญ มีประสบการณ์ ผ่านการอบรมด้านอะไหล่ครบวงจร มีการรับประกันคุณภาพสินค้าภายใน 14 วัน สำหรับสินค้าเก่า และรับประกันคุณภาพสินค้าใหม่  1  เดือน มีบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 1 วัน และจัดส่งต่างประเทศโดยระยะวันขึ้นอยู่กับระยะห่างแต่ละประเทศเราสัญญาว่า จะมุ่งมั่นใส่ใจทุกรายละเอียดในการส่งมอบอะไหล่ เพื่อให้ท่านมั่นใจในทุกบริการ

!!!  สอบถามราคาได้ที่ช่องทางติดต่อคะ !!!
(อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก https://horyai.com/ )

เพลาลอยโปร (PRO)

เพลาลอย  PRO ABS  
นวัตกรรมล่าสุด!  เพื่อวงการเพลาลอยไทย ใช้ได้ทุกรุ่นที่มี  ABS  ของ DMAX, REVO, TRITON, FORD,NAVARA, 4X4  ทุกรุ่น (เกียร์โฟร์ทำงานปกติ) รับประกัน  3   ปี   สินค้าได้มาตรฐาน ISO9001

จุดเด่นเพลาลอยโปรคืออะไร?

  • จะใส่เฟืองเดิมก็ได้ , เฟืองแอ้วก็ได้
  • แขนเพลาขนาดใหญ่ หนาและแข็งแรงกว่าปกติ
  • ใช้อะไหล่ร่วมกับเพลาแอ้วตลาดได้ 99%
  • แขนเพลายาวข้างละ 31นิ้ว , 32นิ้ว ก็ได้ (ไม่ตัดต่อ)
  • ใส่รถรุ่นไหนก็ได้
  • สั่งให้ล้อยื่นหรือหุบเท่าไหร่ก็ได้
  • เบรกมือใช้แบบตรงรุ่น สามารถแยกคนละระบบกับเบรกเท้า
  • ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของคุณที่สุด

จุดเด่นเพลาลอยโปรคืออะไร?

  • จะใส่เฟืองเดิมก็ได้ , เฟืองแอ้วก็ได้
  • แขนเพลาขนาดใหญ่ หนาและแข็งแรงกว่าปกติ
  • ใช้อะไหล่ร่วมกับเพลาแอ้วตลาดได้ 99%
  • แขนเพลายาวข้างละ 31นิ้ว , 32นิ้ว ก็ได้ (ไม่ตัดต่อ)
  • ใส่รถรุ่นไหนก็ได้
  • สั่งให้ล้อยื่นหรือหุบเท่าไหร่ก็ได้
  • เบรกมือใช้แบบตรงรุ่น สามารถแยกคนละระบบกับเบรกเท้า
  • ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของคุณที่สุด
!!!  สอบถามราคาได้ที่ช่องทางติดต่อคะ !!!  (อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก https://เพลาลอย.com/ )

เพลาลอย  TCPY

ชุดเพลาลอยกระบะสำเร็จรูป TCPY  !! เพลาท้ายของใหม่ !!  เจ้าแรกที่ทุกคนนิยมเป็นจำนวนมาก สำหรับกระบะบรรทุกหนัก และ สำหรับกระกระบะ 1 ตัน ทุกรุ่น  สามารถติดตั้งได้ทันที รับประกันเสื้อเพลานานถึง  2  ปี
จุดเด่นของเพลาลอย TCPY
  1. แก้ปัญหาลูกปืนแตกง่าย ลูกปืนใหญ่กว่าเดิมเยอะ
  2. ระบบเบรกที่ดีขึ้น ก้านเบรกหนาถึง 3 นิ้ว
  3. มีรูอัดจารบีโดยที่ไม่ต้องถอดลูกปืนให้ยุ่งยาก อัดจารบี 1 ครั้ง วิ่งใช้งานได้ถึง 50,000 กิโลขึ้นไป
  4. มีระบบเบรกมือ ที่ทาง  TCPY   คิดค้นเป็นเจ้าแรกมานานกว่า  7  ปี  อย่างถูกกฎหมาย
  5. เป็นเจ้าตำนาน เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย รับประกัน ทุกอย่างจดสิทธิบัตร
(!!!  สอบถามราคาได้ที่ช่องทางติดต่อคะ !!!
(อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก  Facebook  : TCPY เพลาลอยรถกระบะ)
 เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับรุ่นและข้อดีของเพลาลอยในแต่ละรุ่น

                 ที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยนำมาฝากในวันนี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะคะ มีเพื่อนๆหลายคนคงอยากทราบราคาอะไหล่ ของเจ้าตัว “เพลาลอยรถกระบะ” และราคาในการเสริมส่วนอื่นๆ ว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ ? ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้หาข้อมูลราคาโดยประมาณมาให้บางส่วนแล้วคะ

  • ชุดเพลาลอยรถกระบะ (แล้วแต่ขนาดบรรทุก)(ตัน)

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่   22,400  – 35,500  บาท  (แล้วแต่รุ่น  แล้วแต่ปี)

ชุดเพลาลอย Pro  บรรทุกหนักทั่วไป   31  นิ้ว  อยู่ที่ชุดละ  22,400  บาท  โดยประมาณ

ชุดเพลาลอย Pro  บรรทุกหนักพิเศษ    32  นิ้ว  อยู่ที่ชุดละ  25,800  บาท  โดยประมาณ

ชุดเพลาลอย ELF  (แอ้ว , เอ้ว)              32  นิ้ว อยู่ที่ชุดละ  22,000  บาท  โดยประมาณ

ชุดเพลาลอย TCPY  30,31,32  นิ้ว      อยู่ที่ชุดละ  29,500 – 35,500  บาท  โดยประมาณ

  • ดามกระบะ บน + ล่าง       

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่   14,000  –  16,000  บาท  (บน 7,000-8,000) (ล่าง7,000-8,000)

  • กระทะผ่า + ยาง MICHELIN XCD2  

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่คู่ละ   9,700  –  10,000 บาท

  • กระทะผ่าของ TCPY (เฉพาะ กระทะผ่า)                  

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่ลูกละ  4,300  –  4,500 บาท

  • ยาง MICHELIN  XCD2   (เฉพาะ ยาง)       

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่คู่ละ   7,100  –  8,000  บาท

  • แหนบ                        

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่แผ่นละ 500  – 1,000  บาท

  • คอกรั้ว ขนาด 1.80 เมตร ไม่ว่าจะเป็น แป๊ปน้ำเงิน, แป๊บแดง หรือ แป๊ปน้ำเงินแซมเลส

ราคาเริ่มต้นโดยประมาณอยู่ที่    15,000 – 25,000  บาท *ถ้าเป็นในส่วนของคอกมือสอง ขึ้นอยู่กับสภาพของคอกรั้วค่ะ*

                   หากคิดเป็นจำนวนเงินคร่าวๆ รวมทั้งชุดก็จะอยู่ที่ราว  ๆ   100,000  – 150,000 บาท  แล้วแต่เพื่อนๆคนไหนจะแต่งเติมเสริมอะไรบ้างคะ  (อ้างอิงข้อมูลราคาจากในสื่อ ของหลายๆร้านคะ)

ราคารถกระบะคอกเพลาลอย มือสอง!

ISUZU D-MAX  ตอนเดียว 3.0 S  ปี  2019 คอกเพลาลอย   

ราคาประมาณ   569,000  บาท

ISUZU D-MAX  ตอนเดียว 3.0 S  ปี  2018 คอกเพลาลอย 

ราคาประมาณ   539,000  บาท

 

(อ้างอิงราคาโดยประมาณจาก

https://www.taladrod.com  ณ วันที่ 24 มีนาคม 2564)

TOYOTA REVO  ตอนเดียว  2.8 J  PLUS ปี 2020 คอกเพลาลอย  

ราคาประมาณ  569,000 บาท

TOYOTA REVO  ตอนเดียว  2.8 J  PLUS ปี 2019 คอกเพลาลอย  

ราคาประมาณ  559,000 บาท

TOYOTA REVO  ตอนเดียว  2.8 J  PLUS ปี 2018 คอกเพลาลอย  

ราคาประมาณ  539,000 บาท

สำคัญอย่ามองข้าม!  รถที่ต้องบรรทุกหนัก ๆ  เป็นประจำ
โดยเฉพาะสาวกรถคอกที่ต้องทำเวลาในการขนส่ง  มาพังกลางทางหรือเกิดอุบัติเหตุ น่าจะเรียกได้เลยว่า นั่นคือ   “หายนะ”
ไม่อยากเสี่ยงที่จะต้องเจอกับผลเสียเหล่านี้   
“เพลาลอยรถกระบะ”
จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับรถกระบะสายบรรทุกตัวจริง  “รถคอกเพลาลอย  ยืนหนึ่ง”   อยู่เหนือรถกระบะทั่วไป
ที่อยู่ : สี่แยกตาปาน อำเภอเมือง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทร :
095-030-4555
Facebook :
รถกระบะมือสองจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Line : @surat999
ศูนย์รวมรถกระบะมือสอง สภาพป้ายแดง ฟรีดาวน์
Vigo Champ , Revo , All New D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี
ศูนย์รวมรถกระบะมือสองสภาพป้ายแดง
ฟรีดาวน์ Vigo Champ , Revo , All New
D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี

ทำความรู้จัก “รถกระบะตู้ทึบ มือสอง”

ทำความรู้จัก "รถกระบะตู้ทึบ มือสอง"

                      ก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมนำ “รถกระบะตู้ทึบ”   ไปใช้บรรทุกผักและผลไม้ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัดที่เราจะพบเห็นรถกระบะตอนเดียวใส่ตู้ทึบส่วนมาก ถูกใช้บรรทุกสินค้าด้านการเกษตร และใช้จัดส่งสินค้า สิ่งของทรัพยากรใดๆก็ตามจากแต่ละสถานที่ไปยังจุดหมาย โดยมีจุดประสงค์หลักคือการนำส่งของไปถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย

แต่ในปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจการซื้อ – ขาย  สินค้าออนไลน์ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประเภทการซื้อขายของออนไลน์ E-commerce   (อ้างอิงจาก https://www.thinkaboutwealth.com)
  • อันดับ 1  อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์                 ประมาณ   6   หมื่นล้านบาท  อัตราการเติบโต   7.7%
  • อันดับ 2  เสื้อผ้าแฟชั่น ความงาม                ประมาณ   2   หมื่นล้านบาท   อัตราการเติบโต   14%
  • อันดับ 3  เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ภายในบ้าน  ประมาณ   3   หมื่นล้านบาท   อัตราการเติบโต   15%
  • อันดับ 4  อาหาร                                          ประมาณ   1   หมื่นล้านบาท   อัตราการเติบโต   22%
  • อันดับ 5  ของเล่น งานอดิเรก DIY              ประมาณ   1   หมื่นล้านบาท   อัตราการเติบโต   19%

                      โดยมาจากการซื้อของผ่านทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ต่างๆ   เช่น   Lazada, Shopee, Instagram หรือ   ในช่องทางสื่อ Social media  เช่น  Facebook live  และยังมีช่องทางอื่นๆอีกมากมาย  ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดีอย่างมาก และในการแข่งขันทางธุรกิจนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความประทับใจในตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง   การให้บริการ   ราคา   บรรจุภัณฑ์     และ   ความรวดเร็วในการจัดส่ง     

                      ซึ่งการบริการด้านการขนส่ง  หรือ  โลจิสติกส์ (Logistics)   ที่ดีมีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก  ทำให้ความต้องการในการจ้างงานด้านขนส่งรถกระบะตอนเดียวเพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์ก็เพิ่มมากขึ้น อาชีพส่งของด้วยรถกระบะตอนเดียวตู้ทึบจึงเป็นที่น่าสนใจ  และเป็นอีกช่องทางหนึ่งของผู้ที่ขับรถร่วมในการหารายได้เสริม

       ลองมาดูสถิติการขายรถกระบะตอนเดียว ในครึ่งแรกของปี 2562 พบว่า การซื้อรถเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์   317,230  คัน   ยอดขายเพิ่มขึ้น 6.2%

  • รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)       258,375 คัน         เพิ่มขึ้น 8.8%
  • รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)   225,508 คัน         เพิ่มขึ้น 8.7%

“รถกระบะใช้งานเชิงพาณิชย์”

มีให้เลือกหลายรุ่นหลายแบบและต่างการใช้งาน เรามาดูกันว่า  รถกระบะตอนเดียวที่สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์  มีกี่รุ่น กี่แบบ และต่างการใช้งานยังไงบ้าง

รถตอนเดียวตู้ทึบ

รถตอนเดียวตู้ทึบ  เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน จะมี 2 ขนาด คือ ตู้ทึบสูง 2.10 เมตร และสูง 1.80 เมตร ซึ่งตู้ทึบที่มีความสูง 1.80 เมตร เหมาะสำหรับธุรกิจขนส่งในห้าง สามารถวิ่งส่งของในพื้นที่ ที่จำกัดความสูงได้ ส่วนตู้ทึบสูง 2.10 เมตร จะเหมาะสำหรับงานวิ่งส่งของทั่วไป และนิยมใช้กันเป็นจำนวนมากในบริษัทขนส่งเอกชน

ราคาตู้ทึบใหม่ (บุไม้อัด)

  • ความสูง 2.10 เมตร ประมาณ 26,000 บาท ราคา (อ้างอิงราคาจากร้านหลังคาตลาดรังสิต  เพ็งการช่าง  17,655 บาท รวม VAT)
  • ความสูง 1.80 เมตร ประมาณ 20,000 บาท ราคา (อ้างอิงราคาจากร้านหลังคาตลาดรังสิต  เพ็งการช่าง  16,585 บาท รวม VAT)

    รถตอนเดียวตู้แครี่ บอย / ตู้คาร์โก้ บ๊อกซ์ (Carry boy / Cargo box) เรียกอีกอย่างว่า “รถตู้แห้ง”

สามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น ขนส่งสินค้าทั่วไป  เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และ วัสดุอุปกรณ์ โครงสร้างตู้บรรทุกมีอายุการใช้งานยาวนาน ทนทุกสภาพอากาศ ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ และเทคนิคการประกอบที่ได้มาตรฐาน  สอดคล้องตรงตามระเบียบการขนส่งทางบก  ผนังตู้ไฟเบอร์กลาสปลอดสารพิษ มีน้ำหนักเบา  ติดสติกเกอร์โฆษณาข้างตู้ ประชาสัมพันธ์โฆษณาสินค้าได้อย่างสวยงาม  ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
ราคาตู้มาตรฐานสีขาว (ตู้ใหม่) มีให้เลือกหลายไซส์ ดังนี้(สัดส่วนภายในตู้)

  • ตู้แห้ง CB – S  ภายใน  สูง 1.25 เมตร  ยาว 2.36 ม.  กว้าง 1.73 ม. ราคาเริ่มต้นที่        75,000    บาท
  • ตู้แห้ง CB – M ภายใน  สูง 1.53 เมตร  ยาว 2.36 ม.  กว้าง 1.73 ม. ราคาเริ่มต้นที่        80,000    บาท
  • ตู้แห้ง CB – L  ภายใน  สูง 1.85 เมตร  ยาว 2.36 ม.  กว้าง 1.73 ม. ราคาเริ่มต้นที่        85,000    บาท
  • ตู้แห้ง CBLL  ภายใน  สูง 2.03 เมตร   ยาว 2.36 ม.   กว้าง 1.73 ม.  ราคาเริ่มต้นที่    115,000    บาท
  • เพิ่มประตูเปิดข้าง (Side Open)  2 บาน  ราคาโดยประมาณ   23,000  บาท

    ส่วนราคาตู้ Carry boy / Cargo box มือสอง จะขึ้นอยู่กับสภาพตัวตู้  ไม่เกี่ยวกับขนาดของตู้ ราคามือสองโดยประมาณอยู่ที่ 35,000 – 45,000

    ( ไม่รวม VAT )

รถตอนเดียว (ไม่มีกระบะ)

รถตอนเดียวไม่มีกระบะ หรือที่เราเรียกกันว่า  “หัวกระสือ”  เป็นรุ่นที่ผู้ใช้งานสอบถามเข้ามาเยอะมากที่สุดในตอนนี้ รุ่นนี้ยังเป็นรถกระบะบรรทุกที่ทนงานหนัก  เหมาะที่จะนำไปติดตั้งตู้เย็น  ตู้แช่เย็น กระบะพื้นเรียบ  รถสไลด์ รถดั้มพ์ และทำเป็นรถขายอาหาร (Food truck) ก็ได้เช่นกัน

รถดั้มพ์

รถขายอาหาร (Food truck)

รถสไลด์

รถตอนเดียวห้องเย็น

            คือรถกระบะ ที่นำมาดัดแปลงใส่ห้องเย็น หรือ ตู้เย็น ถูกใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการความเย็นอยู่ตลอด เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม หรือการขนส่งสินค้าประเภทอื่นๆ ที่ต้องการความเย็นตลอดระยะเวลาในการขนส่งสินค้า

ดังนั้น การใช้รถห้องเย็นในการขนส่งนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะรถกระบะห้องเย็นสามารถให้ความเย็นได้ตลอดเวลา และยังเป็นอุณหภูมิ  ที่เหมาะสมกับสินค้า  ทำให้คงคุณภาพสินค้าได้ดีอีกด้วย

  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        เนื้อสัตว์ แช่แข็ง  อยู่ที่  -20 °C    ถึง     -25 °C
  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        ผัก ผลไม้             อยู่ที่  -8   °C    ถึง      25 °C
  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        ไอศครีม               อยู่ที่  -38  °C
  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        เบเกอรี่                 อยู่ที่  -18  °C   ถึง    -20 °C
  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        ฟิล์มติดรถยนต์   อยู่ที่   1   °C    ถึง      10 °C
  • อุณหภูมิที่ใช้ขนส่ง        เวชภัณฑ์             อยู่ที่   2   °C    ถึง        8 °C

            ขนาดตู้มาตรฐานของรถกระบะห้องเย็น

  • ขนาดตู้ภายนอก 1780 * 2400* 1700
  • ขนาดตู้ภายใน 1630 *2200* 1420

ราคาตู้เย็น (ตู้ใหม่) (สัดส่วนภายในตู้)  และ เครื่องทำความเย็น โดยประมาณ  (อ้างอิง วันที่ 10 มีนาคม 2564)

  • ตู้เย็น Coolbox CB-S    ความสูง 1,370 มม.         ราคา 125,000 บาท
  • ตู้เย็น Coolbox CB-M   ความสูง 1,750 มม.         ราคา 130,000 บาท
  • ตู้เย็น Coolbox CB-L    ความสูง 2,200 มม.         ราคา 150,000 บาท
  • เครื่องทำความเย็น COOLBOX  ทำความเย็น  0  ถึง  +15    ราคา  50,000  บาท
  • เครื่องทำความเย็น  COOLBOX  ทำความเย็น  0  ถึง    -5     ราคา  55,000  บาท
  • เครื่องทำความเย็น COOLBOX  ทำความเย็น  0  ถึง  -25     ราคา  90,000  บาท

***ราคาตู้  (มือสอง)  จะขึ้นอยู่กับสภาพตัวตู้  ไม่เกี่ยวกับขนาดของตู้***

“รถตู้ห้องเย็น แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?”

ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมข้อมูลบางส่วนมาให้แล้วคะ

รถตู้ห้องเย็น แครี่บอย คลู บ็อกซ์ (CARRYBOY COOLBOX)

  • เย็นนาน และ เย็นเร็วกว่าด้วยผนัง CARRYBOY SANDWICH
  • สะอาด ปลอดภัยกว่าด้วยผนังมาตรฐาน FOOD GRADE
  • เบากว่า ด้วยผนัง SANDWICH
  • มั่นใจ น้ำไม่รั่ว เพราะตัวตู้ไม่มีการเจาะยืด
  • สวย เหมาะกับการโฆษณา ด้วยผนังเรียบไร้รอยต่อ (ยาวได้ถึง 12 เมตร)
  • บริการ มั่นใจกว่า ด้วยตัวแทนทุกภูมิภาค และทีม Service นอกสถานที่

รถตู้ห้องเย็นคูลเวย์ (Cool way)

  • แอร์ห้องเย็นสำหรับรถกระบะที่ผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศยอมรับและไว้วางใจ โดยมีคอยล์เย็นตัวใหญ่พัดลม 3 ตัว
  • คอมเพรสเซอร์ SD R404a แท้แน่นอน(สามารถเอา serial number ที่คอมเพรสเซอร์เช็คตรงในเว็ปไซต์ SANDEN SINGAPORE  ได้เลย)  
  • DIGITAL CONTROLLER  ใช้ของ   DIXELL ITALY
  • คอยล์ร้อนและคอยล์เย็นแบบฉบับของคูลเวย์ออกแบบโดยวิศวะผู้ชำนาญการ
  • ระบบ safety ติดตั้งแทงค์ดักน้ำมันและแทงค์ดักน้ำยาให้ทุกคัน
  • ตู้ห้องเย็นสแตนเลส และฉนวน เป็นโฟม PU เก็บความเย็นได้ดีที่สุด

รถตู้ห้องเย็น MPC COOL

  • สามารถใช้กับรถปิคอัพได้ โดยภายนอกตู้กว้าง 1.8 ม. ยาว 2.55 ม. สูง 1.8 ม.
  • เครื่องทำความเย็น ที่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์รถ
  • ตันกำลังจากเครื่องยนต์รถ ละลายน้ำแข็งด้วยก๊าซร้อน มีทั้งหมด  3   รุ่น  ดังนี้
  1. รุ่น D1S ใช้สารความเย็น R  134A     อุณหภูมิ   0-20 ซ.
  2. รุ่น D1M ใช้สารความเย็น R  134A     อุณหภูมิ   -180 ซ.
  3. รุ่น D1L ใช้สารความเย็น R  404A     อุณหภูมิ   -250 ซ.
  • SANDEN SD5H1 4, 5 สูบ, ปริมาตร 138 ตร.ซ.ม./รอบ
  • มีชุดควบคุมมาตรฐาน เริ่มละลายน้ำแข็งด้วยการกดสวิตซ์
  • มีชุดควบคุมอัตโนมัติ เริ่มละลายน้ำแข็งด้วยนาฬิกา

บริษัท เครื่องเย็นสแตนเลสแปดริ้ว จำกัด 

(อู่เบิ้มการช่างแปดริ้ว)

            เป็นผู้นำทางด้านห้องทำความเย็น เน้นคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานมากกว่าปริมาณ  ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมาตลอด

            อู่เบิ้มการช่างแปดริ้ว   ผลิตและจำหน่ายตู้ห้องเย็นติดตั้ง รถปิคอัพ  รถตอนเดียว รถบรรทุก 4  ล้อเล็ก 6 ล้อ 10 ล้อ ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ  (พร้อมอุปกรณ์เสริม)   รวมทั้งผลิตห้องเย็นเก็บสินค้าสแตนเลสทั้งตู้   ตู้แช่ 3 ฝา   ตู้เย็นตามร้านค้า  4 ประตู  6 ประตู  ตามสเป็คที่ลูกค้าต้องการ

5  เหตุผล ที่ทำให้เครื่องทำความเย็นในการขนส่งถือเป็นหนึ่งในการติดตั้งเครื่องทำความเย็นที่ท้าทายที่สุดในสายงาน

                 ในปัจจุบันมีรถกระบะห้องเย็นหลายพันคัน ที่บรรจุสินค้าแช่เย็น ซึ่งจัดส่งเป็นประจำทุกๆวันทั่วโลก วิธีการจัดส่งสินค้าที่มุ่งเน้นการขนส่งสินค้าและอาหารที่มีการควบคุมด้วยอุณหภูมิเย็น ซึ่งสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของอาหารมาก ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

                 การขนส่งแบบห้องเย็นจะดำเนินการโดยรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีระบบทำความเย็น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผลิตภัณฑ์และของทั้งหมดอยู่ในสภาพเดียวกับตอนก่อนจัดส่ง ซึ่งระบบทำความเย็นด้านการขนส่งถือว่าเป็นหนึ่งในการติดตั้งการทำความเย็นที่ท้าทายที่สุด ด้วยเหตุผลดังนี้

  • อุณหภูมิที่มีการผันผวนนั้นต้องการ การตอบสนองและการควบคุมที่เหนือกว่า

                        หนึ่งในความท้าทายแรกที่ต้องเผชิญคืออุณหภูมิภายนอกเนื่องจากแสงแดดตกบนโลหะของตู้อาจทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่ออุณหภูมิภายใน เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น ควรต้องคำนึงถึงการตรวจสอบอุณหภูมิก่อนการเดินทางและตรวจสอบอุณหภูมิในรถอย่างสม่ำเสมอระหว่างการเดินทาง

  • แรงสั่นสะเทือนตลอดเวลาต้องมีความเสถียรและความไว้ใจได้สูง

                        แรงสั่นสะเทือนทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งลดลง การสั่นสะเทือนที่เกิดจาก การจราจร เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหา เพราะอาจทำให้อุปกรณ์ที่มีความละเอียดอ่อนชำรุดและสร้าง ความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์ได้

  • ความร้อนแทรกซึม

                        ปัญหาที่การขนส่งด้วยรถห้องเย็นต้องเผชิญอีกเรื่องคือ  ความร้อนอาจแทรกซึม รวมถึงการไหล ของอากาศเย็นที่สามารถเปลี่ยนเป็นอากาศร้อนได้อย่างง่ายดายและสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากรอยแตกในโครงสร้างของรถห้องเย็น ดังนั้นควรจะตรวจสอบตัวอย่างซีลประตูและมาตราวัดอุณหภูมิความร้อนที่สามารถแทรกซึมได้ระหว่างการขนส่ง และควรจะทำได้อย่างรวดเร็ว

  • ประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงต้องใช้วัสดุส่วนประกอบที่มีน้ำหนักเบา

                        ประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิง คือต้องใช้วัสดุทุกส่วนประกอบของตู้ให้มีน้ำหนักเบามากที่สุด เพราะในการขนส่งต้องบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมากอยู่แล้ว โดยที่มีส่วนประกอบของห้องเย็นก็มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกอาจจะต้องใช้กำลังเครื่องยนต์ที่หนักมากและทำให้เปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้

  • บรรทุกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทำความเย็นแล้ว

                        ควรบรรทุกฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทำความเย็นแล้วเท่านั้น หากคุณบรรทุกผลิตภัณฑ์บางอย่างที่มีความร้อนปะปนในขณะขนส่ง อุณหภูมิก็จะไม่คงที่เช่นกัน ดังนั้นโปรดตรวจสอบ อุณหภูมิภายในของผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะทำการขนส่ง

กฎหมายเกี่ยวกับการต่อเติมรถกระบะตอนเดียว ที่เจ้าของรถควรรู้ !

ไม่เพียงแค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือ  รถกระบะ รถประเภทใดประเภทหนึ่งที่ผ่านการเอาไปดัดแปลงเปลี่ยนสภาพโดยไม่ได้แจ้งเปลี่ยนสภาพรถนั้น มีโอกาสถูกคุณตำรวจเรียกตรวจสอบ และปรับได้

แถมยังให้กลับไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานคงเดิมอีกด้วย  หากทางเจ้าของรถกระบะนำรถไปติดโครงหลังคา หรือติดตั้งตู้เพิ่ม ทำให้น้ำหนักรถกระบะนั้นสูงขึ้นจากที่กำหนด ก็เข้าข่ายต้องเสียภาษีเป็นรถกระบะบรรทุกด้วย

ต่อเติมหรือดัดแปลงรถยนต์เกินสภาพที่จดทะเบียนไว้   ” เสี่ยงถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท!!!  “

เอกสารประกอบในการจดทะเบียนต่อเติมตู้
  • ใบคู่มือจดทะเบียน หรือสำเนารายการจดทะเบียน
  • บัตรประชาชน
  • ใบเสร็จรับเงินค่าตู้
  • นำรถไปตรวจสภาพ
  • ยื่นคำขอได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย
  • ค่าธรรมเนียม : ค่าค่ำขอ ค่าแก้ไข / ตรวจสภาด  105  บาท

(ค่าภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเนื่องจากติดตั้งตู้ ทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นจากเดิม)

“รถกระบะใช้งานเชิงพาณิชย์” มีประกันภัยประเภทไหนคุ้มครองบ้าง?

             การทำประกันรถยนต์ แยกลักษณะการใช้รถยนต์ไว้ เนื่องจากการใช้รถยนต์แต่ละประเภทจะมีความเสี่ยงที่ต่างกัน รถที่มีการใช้งานที่มีความเสี่ยงสูงก็จะมีค่าเบี้ยประกันภัยสูงกว่า โดยแยกตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

  • การใช้ส่วนบุคคล   หมายถึง  รถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา และใช้รถยนต์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช้รับจ้างหรือให้เช่า และรวมถึงรถนิติบุคคลเป็นเจ้าของ แต่เป็นรถที่มีไว้เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้โดยเฉพาะ เช่น รถประจำตำแหน่ง ในกรณีนี้ ให้ระบุชื่อบุคคลนั้นเป็นผู้เอาประกันภัย
  • การใช้เพื่อการพาณิชย์ หมายถึง  รถที่ใช้รับจ้าง  ให้เช่า  หรือรถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา   แต่โดยปกติการใช้รถจะใช้เพื่อการขนส่งผู้โดยสาร หรือ บรรทุกสินค้า เพื่อประโยชน์ทางการค้า   ธุรกิจ   หรือเป็นรถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นนิติบุคคล
  • การใช้รับจ้างสาธารณะ หมายถึง  รถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล และใช้รถในทางรับจ้างสาธารณะ
  • การใช้เพื่อการพาณิชย์พิเศษ หมายถึง  รถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ สำหรับการบรรทุกและขนส่งสินค้าที่มีความเสี่ยงภัยสูง  เช่น  การบรรทุกเชื้อเพลิง  กรด  แก๊ส

                   สำหรับรถกระบะบรรทุกต่อเติม ติดตู้ทึบ ตู้เเห้ง คอก กรงเหล็ก กระบะติดหลังคา  เช่น รถกระบะตอนเดียวต่อเติมดัดเเปลงใส่หลังคา หรือกระบะแค็ป  ก็สามารถทำให้ตรงตามลักษณะการใช้งานกระบะเชิงพาณิชย์  ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้นำรายละเอียดประกันภัยบางบริษัทฯ มาให้เพื่อนๆพิจารณาดูคะ

               1. แผนประกันภัยประเภท 2พลัส, 2+ กระบะเชิงพาณิชย์ 2 พลัส  2+  บ.เอ็มเอสไอจีประกันภัย
สำหรับกระบะติดตู้บรรทุก กระบะตู้ทำความเย็น ตู้ปิด กระบะติดกรงเหล็ก ที่ใช้งานรับจ้างเชิงพาณิชย์ รับประกันภัยรถไม่เกิน 15 ปี
               2. แผนประกันภัยประเภท 3พลัส, 3+ กระบะเชิงพาณิชย์ 3พลัส, 3+ บ.เอ็มเอสไอจีประกันภัย
สำหรับกระบะติดตู้บรรทุก กระบะตู้ทำความเย็น ตู้ปิด กระบะติดกรงเหล็ก ที่ใช้งานรับจ้างเชิงพาณิชย์ รับประกันภัยรถไม่จำกัดอายุรถ
               3. แผนประกันภัยประเภท 3 บ.นำสินประกันภัย ตู้ กรงเหล็ก บ.นำสินประกันภัย
 เงื่อนไขการรับประกันภัย ไม่จำกัดอายุรถ

สำหรับบริษัทประกันภัย   คุ้มครองไว้ให้อุ่นใจ นี้เป็นแค่รายละเอียดคร่าวๆ ที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยนำมาฝาก  เพื่อนๆลองพิจารณาดูนะคะ 

                         ทั้งนี้ยังมีผู้ที่สนใจ “รถกระบะตอนเดียว” อยู่หลายรายที่ยังสงสัยว่า รถรุ่นไหนใช้ดีเหมาะที่จะมาทำรถกระบะตอนเดียวเชิงพาณิชย์และตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ? เอาไว้บรรทุกส่งของ ขับนุ่ม สบาย ปลอดภัย โปรโมชั่นดี ออปชั่นจัดเต็ม ขับทางไกล เอาไว้เที่ยวแบบลุยๆ ประหยัดน้ำมัน
ความคิดเห็นที่ 1 
  • เอาไว้บรรทุกส่งของ : ส่วนตัวผม ยี่ห้อที่บ้านเรานิยมใช้เลยครับ ได้ทั้ง รีโว่ และ ดีแมก ถ้าบรรทุกปกติประมาณตันกว่าๆ ก็ยี่ห้อไหนก็ได้ครับเพราะเค้าออกแบบมาอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเกินกว่านั้นก็ดัดแปลงเอา
  • ขับนุ่ม สบาย ปลอดภัย :  ขับนุ่มสบายนี้พูดยากครับ รถช่วงยาว ช่วงล่างจะกระด้าง ด้วยกันหมดแหละ ทำใจเลยเรื่องความนุ่ม ส่วนเรื่องความปลอดภัย ดูสเปคแต่ละยี่ห้อเลยครับ เท่าที่จำได้เกือบทุกยี่ห้อมีถุงลมคู่หน้ามาให้เกือบหมดแล้ว
  • โปรดี ออปชั่นเต็ม : แต่ละยี่ห้อนี้ไม่เท่ากัน รีโว่นี้ ราคาแรง แต่ส่วนลดเยอะ  ดีแมก 1.9 ราคาน่าสนใจ แต่ส่วนลดต้องทำใจ แต่ความนิยมยังสู้ตลาดรีโว่ไม่ได้ครับ
  • เอาขับทางไกล ไว้ลุย :  ก็ได้หมดแหละครับทุกยี่ห้อ
  • ประหยัดน้ำมัน : ชั่วโมงนี้ ดีแมก 1.9 โดดเด่นมากเรื่องประหยัดน้ำมัน แต่ก็คงไม่ต่างกันครับ อยู่ที่คนขับด้วย

            ปล. นี้ความเห็นส่วนตัวครับ ผิดถูกยังไงต้องขออภัย

ความคิดเห็นที่ 2

          ต่างจังหวัด รถที่ใช้เชิงพาณิชย์มากที่สุด มีอยู่สองค่ายแหละครับ คือ รีโว่ กับ ดีแมก

  • “รีโว่”    เครื่อง  4  ใหญ่กว่า แรงบิดสูงกว่า เหมาะกับการใช้งานบรรทุกหนักๆ ประหยัดน้ำมันกำลังดี ราคาและโปรโมชั่นดีครับ
  • “ดีแมก” เครื่อง 1.9 เล็กกว่า แรงบิดน้อยกว่า  บรรทุกดี(แต่รีโว่น่าจะดีกว่า)   ประหยัดน้ำมัน   ราคาถูกกว่า โปรโมชั่นไม่ค่อยมีครับ  

            ให้ลองไปขับดูดีกว่าครับ ถ้าให้ผมเชียร์ ผมเชียร์รีโว่ครับ ต่างจังหวัดใช้เยอะ ศูนย์เยอะ อะไหล่เยอะ

ความคิดเห็นที่ 3

          รถทำงาน ทำเงิน ทำมาหากิน ขอเตือน อย่าเสี่ยงกับคำเชียร์ลมๆ แล้งๆ แนะนำเจ้าตลาดเท่านั้น คุ้มค่ากับการลงทุน และความเสี่ยงต่ำ

ความคิดเห็นที่ 4

          แนะนำตามหัวข้อแทนละกันนะคับ เพราะแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน อยู่ที่ความชอบเลยคับ

  • เอาไว้ส่งของ :   เน้นบรรทุกคงเป็นรีโว่ 2.4 แล้วกันครับ เพียงพอแล้ว ส่วนดีแมก 1.9 ผมได้ข่าวว่าอืดอยู่             เน้นขนของคงไม่ได้เน้นขับเร็ว
  • ขับนุ่ม สบาย ปลอดภัย : รีโว่คับ ห้องโดยสารใหญ่ นั่งสบาย แอร์เย็น เรนเจอร์ช่วงล่างเกาะถนนดีคับ
  • โปรดี ออปชั่นเต็ม :  ตอนนี้มีรีโว่ที่จัดเต็มมากๆคับ ถัดมาก็ค่ายอื่นๆ ที่จัดเหมือนกัน ยกเว้นดีแมกที่จัดให้ไม่เยอะคับ
  • ขับทางไกล ไว้ลุย :    ได้หมดนะคับ รถตอนเดียวขับทางไกลได้หมดคับ
  • ประหยัดน้ำมัน :    เครื่องเล็กประหยัดกว่าอยู่แล้วคับ ดีแมก 1.9 แต่ถ้าบรรทุกหนักๆ ขึ้นเขา  ผมไม่รู้ว่ารอบของเครื่องที่มันต้องฉุดรถขึ้นไป จะกลายเป็นกินน้ำมันมากกว่าเดิมหรือเปล่าคับ ลองดูรีโว่ดีกว่าคับ
ความคิดเห็นที่ 5

          ถ้าใช้งานบ่อยๆ มีรถแค่คันเดียวก็ รีโว่ ดีกว่าครับ ระบบ Safety เยอะกว่าหลายๆรุ่นครับ

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับข้อมูลของ “รถกระบะตู้ทึบ  มือสอง”  ใช้งานเชิงพาณิชย์

ที่ทางทีมงานเสรีไทยรถสวยได้รวบรวมมาให้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหา รถทำงาน ทำเงิน นะคะ

รถกระบะตู้ทึบ มือสอง

ยังไงก็เป็นหนึ่งยานพาหนะที่คนส่วนใหญ่ซื้อมาใช้งานอย่างแน่นอน  ด้วยโครงสร้างที่มีความแข็งแกร่งและสามารถบรรทุกสิ่งของได้หลากหลาย
และแน่นอนว่านอกจาก  “รถกระบะตู้ทึบ มือสอง” จะเป็นยานพาหนะที่ให้ความสะดวกในเรื่องของการเดินทางแล้ว หากสังเกตให้ดีในปัจจุบันจะพบว่า “รถกระบะตอนเดียว” ถูกนำมาดัดแปลง ต่อยอดสู่การทำธุรกิจใช้งานเชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่าง ๆ สร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

รถกระบะตอนเดียวตู้ทึบ มือสอง รถทำงาน รถทำเงิน รถสร้างความสุข

ที่อยู่ : สี่แยกตาปาน อำเภอเมือง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทร :
095-030-4555
Facebook :
รถกระบะมือสองจังหวัดสุราษฎร์ธานี
Line : @surat999
ศูนย์รวมรถกระบะมือสอง สภาพป้ายแดง ฟรีดาวน์
Vigo Champ , Revo , All New D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี
ศูนย์รวมรถกระบะมือสองสภาพป้ายแดง
ฟรีดาวน์ Vigo Champ , Revo , All New
D-Max , Triton ปี 2013-2019
เอกสารไม่ยุ่งยาก ออกได้ทุกอาชีพ
ไม่มีรถชนหนัก น้ำท่วม รับประกันซื้อคืน
มีบริการหลังการขาย 1 ปี